สกุชชี่ ของเล่นสุดฮิตที่อาจอยู่บนโลกนานกว่าที่คุณคิด

สกุชชี่ ของเล่นสุดฮิตที่อาจอยู่บนโลกนานกว่าที่คุณคิด

ในช่วงที่ผ่านมา “สกุชชี่” (Squishy) กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในโซเชียลมีเดีย ร้านของเล่น หรือคอนเทนต์แกะกล่อง ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารัก สีสันสดใส และสัมผัสที่นุ่มเป็นเอกลักษณ์ ทำให้หลายคนอดใจไม่ไหวที่จะสะสมไว้หลายชิ้น

สกุชชี่ คือ ของเล่นคลายเครียด (Stress Relief Toy) ที่ออกแบบมาให้สามารถบีบ กด หรือกำได้ โดยเมื่อปล่อยมือ ตัวของเล่นจะค่อย ๆ คืนรูปอย่างช้า ๆ (Slow Rising) สร้างความรู้สึกเพลิดเพลินและผ่อนคลาย จึงได้รับความนิยมทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงกลายเป็นของสะสมสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า…ของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยคลายเครียดนี้ อาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากกว่าที่หลายคนคิด

แม้จะเป็นของเล่นชิ้นเล็กที่ดูไม่มีพิษภัย แต่เมื่อหมดอายุการใช้งานหรือถูกทิ้งกลับกลายเป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก และอาจคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลาหลายร้อยปี หรือในบางสภาพแวดล้อมอาจใช้เวลานานกว่าพันปีจึงจะเสื่อมสภาพ

การทำความเข้าใจว่าสกุชชี่ผลิตจากวัสดุชนิดใด และเหตุใดจึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกใช้และจัดการของเล่นประเภทนี้ได้อย่างเหมาะสม พร้อมร่วมลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในระยะยาว


สกุชชี่ทำมาจากอะไร?

สกุชชี่ส่วนใหญ่ผลิตจาก Polyurethane Foam (PU Foam) หรือโฟมโพลียูรีเทน ซึ่งเป็นพลาสติกสังเคราะห์ชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติน้ำหนักเบา นุ่ม และยืดหยุ่นสูง ภายในเนื้อโฟมประกอบด้วยช่องอากาศขนาดเล็กจำนวนมาก จึงทำให้เมื่อบีบแล้วสามารถคืนตัวได้ช้า กลายเป็นเอกลักษณ์ที่หลายคนชื่นชอบ

ด้วยเหตุนี้ PU Foam จึงถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น

  • สกุชชี่ (Squishy)
  • ฟองน้ำบางประเภท
  • เบาะรองนั่ง
  • ที่นอน
  • ฉนวนกันความร้อน

แม้วัสดุชนิดนี้จะมีความทนทานและใช้งานได้ดี แต่ก็มีข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน


ทำไมสกุชชี่ถึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม?  สกุชชี่

PU Foam ไม่ใช่วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ และยังรีไซเคิลได้ค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับพลาสติกบางประเภท เมื่อสกุชชี่เสื่อมสภาพจากการใช้งาน เนื้อโฟมอาจเริ่มแตก ฉีก หรือร่วนออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งเศษเหล่านี้สามารถแตกตัวต่อจนกลายเป็น ไมโครพลาสติก (Microplastics) ได้

ไมโครพลาสติกเหล่านี้สามารถปนเปื้อนในดิน แหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ก่อนจะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว นอกจากนี้ หากสกุชชี่ถูกนำไปฝังกลบ ก็อาจใช้เวลาหลายร้อยปี หรือในบางสภาพแวดล้อมอาจนานกว่าพันปีจึงจะเสื่อมสภาพได้อย่างสมบูรณ์

แม้ว่าของเล่นหนึ่งชิ้นจะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อมีการผลิตและทิ้งในปริมาณมาก ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็อาจสะสมจนกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ไม่ควรมองข้าม


แล้วเราควรทำอย่างไรกับสกุชชี่ที่มีอยู่?

การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกเล่นของเล่นที่ชอบทันที แต่สามารถเริ่มได้จากการใช้งานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น หากสกุชชี่ของคุณยังอยู่ในสภาพดี ลอง

  • ใช้งานให้นานที่สุดแทนการซื้อใหม่บ่อย ๆ
  • ส่งต่อให้ผู้อื่น หรือบริจาคเมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว
  • ลดการซื้อซ้ำโดยไม่จำเป็น
  • ทิ้งอย่างเหมาะสมเมื่อหมดอายุการใช้งาน เพื่อลดการปะปนกับขยะประเภทอื่น

การยืดอายุการใช้งานของสินค้าเพียงเล็กน้อย ก็สามารถช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในระยะยาวได้


📌 อ่านบทความน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

Bygge Super Composter BG-30 เครื่องย่อยเศษอาหารขนาดอุตสาหกรรม

Bygge Super Composter BG-30

ปัจจุบัน ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล และองค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญกับปัญหาเศษอาหารในปริมาณมากทุกวัน ซึ่งหากจัดการไม่ถูกวิธี นอกจากจะก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพิ่มต้นทุนในการกำจัดขยะ และสร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังทำให้ทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ต้องสูญเปล่า

Bygge Super Composter BG-30 คือเครื่องย่อยเศษอาหารขนาดอุตสาหกรรมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การจัดการเศษอาหารเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพ รองรับเศษอาหารได้สูงสุด 15 กิโลกรัมต่อวัน พร้อมทำงานร่วมกับ จุลินทรีย์ SuperBact เพื่อเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็น ดินอินทรีย์คุณภาพสูง ภายในระยะเวลาประมาณ 12–24 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณและประเภทของเศษอาหาร

เครื่องสามารถลดปริมาณขยะจากเศษอาหารได้สูงสุด 90% และให้ผลผลิตเป็นดินอินทรีย์ประมาณ 6–9 กิโลกรัม ต่อรอบการย่อย ซึ่งสามารถนำไปใช้ปรับปรุงดินหรือบำรุงต้นไม้ได้ ช่วยลดการนำขยะไปฝังกลบ เพิ่มมูลค่าให้กับเศษอาหาร และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ด้วยประสิทธิภาพการย่อยที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย และรองรับการใช้งานในสถานประกอบการหลากหลายประเภท BG-30 จึงเป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการเศษอาหารได้อย่างสะอาด เป็นระบบ และยั่งยืนในระยะยาว


ส่วนประกอบหลักของ Bygge Super Composter BG-30

แผงควบคุมการทำงาน

BG-30 มาพร้อมกับ หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส (Touch Screen) ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะการทำงานของเครื่องได้อย่างสะดวกผ่านหน้าจอเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นการทำงาน ตรวจสอบกระบวนการย่อย หรือปรับตั้งค่าต่าง ๆ รองรับการใช้งานทั้ง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ช่วยให้เหมาะกับทั้งผู้ใช้งานในประเทศและองค์กรที่มีพนักงานหลากหลายเชื้อชาติ ลดความซับซ้อนในการใช้งาน และช่วยให้ทุกคนสามารถเรียนรู้การใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

ช่องใส่เศษอาหาร

ช่องใส่เศษอาหารได้รับการออกแบบให้มีขนาดเหมาะสมสำหรับการใช้งานในภาคธุรกิจ รองรับการเติมเศษอาหารได้สูงสุด 15 กิโลกรัมต่อวัน พร้อมเติมจุลินทรีย์ SuperBact เพื่อเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพ หลังจากเติมเศษอาหารแล้ว เครื่องจะเริ่มกระบวนการย่อยโดยอัตโนมัติ ใช้เวลาประมาณ 12–24 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของเศษอาหารที่ใส่เข้าไป พร้อมเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นดินอินทรีย์คุณภาพสูง

ช่องระบายดินอินทรีย์

เมื่อกระบวนการย่อยสลายเสร็จสมบูรณ์ ผลผลิตที่ได้จะเป็น ดินอินทรีย์คุณภาพสูง ซึ่งสามารถนำออกจากเครื่องได้อย่างสะดวกผ่าน ช่องระบายด้านหน้าของตัวเครื่อง การออกแบบในลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเก็บดินอินทรีย์ได้อย่างสะอาด ไม่ต้องยกหรือเปิดเครื่องทั้งเครื่อง ลดความยุ่งยากในการใช้งาน และสามารถนำดินอินทรีย์ไปใช้ปรับปรุงดินหรือบำรุงต้นไม้ได้ทันที

ฝาเปิด–ปิด

ฝาเปิด–ปิดได้รับการออกแบบให้ปิดสนิท ช่วยลดการรั่วไหลของกลิ่นระหว่างกระบวนการย่อยสลาย ทำให้สามารถใช้งานได้ในพื้นที่ภายในอาคาร เช่น ห้องครัว โรงอาหาร หรือพื้นที่เตรียมอาหาร โดยไม่รบกวนสภาพแวดล้อมโดยรอบ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความสะอาดและสุขอนามัยระหว่างการใช้งาน พร้อมลดโอกาสที่แมลงหรือสิ่งแปลกปลอมจะเข้าสู่ภายในเครื่อง

ล้อเลื่อนฐานเครื่อง

แม้ BG-30 จะมีน้ำหนักตัวเครื่องประมาณ 325 กิโลกรัม แต่ได้รับการออกแบบให้ติดตั้ง ล้อเลื่อนคุณภาพสูง ที่มีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี ช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายเครื่องเพื่อการติดตั้ง การทำความสะอาดพื้นที่ หรือการจัดวางตำแหน่งใหม่ได้สะดวกยิ่งขึ้น ล้อเลื่อนยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่อาจมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ภายในสถานประกอบการเป็นระยะ


ประหยัดพลังงาน พร้อมทำงานเงียบ

ตัวเครื่องมีอัตราการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 2,700 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริง) และมีระดับเสียงขณะทำงาน ต่ำกว่า 65 เดซิเบล ช่วยลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน และสามารถติดตั้งในพื้นที่ใช้งานได้อย่างเหมาะสม


เปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า

Bygge Super Composter BG-30 ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะเศษอาหาร แต่ยังช่วยเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็น ดินอินทรีย์คุณภาพสูง ที่สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้จริง เหมาะสำหรับองค์กรและธุรกิจที่ต้องการยกระดับการจัดการเศษอาหาร พร้อมเดินหน้าสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และร่วมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ไปพร้อมกับ Bygge


📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog