“Underconsumption Core” เทรนด์มาแรงจาก TikTok

Underconsumption Core on TikTokหากคุณเลื่อน TikTok ช่วงนี้ อาจเคยเจอคำว่า “Underconsumption Core” โผล่มาในฟีดบ้างแล้ว เทรนด์นี้กำลังถูกพูดถึงในหมู่ Gen Z อย่างกว้างขวาง เพราะมันสะท้อนวิธีคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิต การบริโภค และความยั่งยืน

Underconsumption Core คืออะไร?

แนวคิดนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง — “ซื้อน้อยลง ใช้น้อยลง แต่ใช้ให้คุ้มจริง ๆ” ไม่จำเป็นต้องตามทุกกระแสแฟชั่น ไม่ต้องรีบกดของที่ถูกป้ายยาในโซเชียลทุกวัน แต่เลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ๆ เท่านั้น

ทำไมถึงดังใน TikTok?

เพราะมันตรงใจ Gen Z ที่อยากใช้ชีวิตแบบยั่งยืน ประหยัด และไม่ถูกกดดันจากการบริโภคเกินความจำเป็น คอนเทนต์ที่เล่าเรื่องง่าย ๆ และ relatable ทำให้คนหันมาแชร์ประสบการณ์และไอเดียกันมากขึ้น

ตัวอย่างการใช้ชีวิตแบบ Underconsumption Core

👕 เสื้อผ้า

เสื้อผ้าเก่าที่นอนอยู่ในตู้ สามารถหยิบมามิกซ์แอนด์แมทช์ใหม่ ให้กลายเป็นลุคที่ดูสดใสและทันสมัยได้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าเพิ่ม

🛋️ เฟอร์นิเจอร์

โซฟาที่ซีดหรือมีรอยขาด ไม่จำเป็นต้องทิ้งหรือตามหาใหม่เสมอไป ลองซัก ปรับโฉม หรือนำผ้ามาหุ้มใหม่ ก็ช่วยยืดอายุการใช้งานและสร้างบรรยากาศใหม่ให้บ้านได้

💄 ของใช้ประจำวัน

ผลิตภัณฑ์อย่างสกินแคร์ เมคอัพ หรือยาสีฟัน ใช้ให้หมดก่อนซื้อใหม่ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทั้งช่วยประหยัด และลดการบริโภคเกินความจำเป็น

💅 ภาพลักษณ์ส่วนตัว

การเลือกสไตล์ที่เรียบง่าย เช่น ไม่ทำเล็บซ้ำบ่อยเกินไป หรือเลือกสีที่ใช้ได้ยาวนาน จะช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา รวมถึงลดทรัพยากรที่ถูกใช้ไปโดยไม่จำเป็น

จะเห็นได้ว่าแนวคิดนี้มีให้เห็นรอบตัวมากมาย และถ้าเราสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง จะช่วยให้ชีวิตประจำวันคุ้มค่าและมีความหมายขึ้น บางครั้ง การ “ไม่ซื้อ” ก็อาจเป็นการเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด ทั้งกับตัวเราเองและโลกใบนี้ก็ได้

📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

ขยะอาหาร กับ โลกร้อน: ความจริงที่เราอาจมองข้าม

ขยะอาหารกับโลกร้อน: ความจริงที่เราอาจมองข้าม

หลายคนอาจสงสัยว่า ขยะอาหาร ที่เราทิ้งกันทุกวัน มันเกี่ยวอะไรกับโลกร้อน? 🌍 คำตอบคือ…มากกว่าที่เราคิดไว้มากทีเดียว

ขยะอาหาร = โลกร้อน

ขยะอาหาร = ตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ขยะอาหารส่วนใหญ่ที่ถูกทิ้งไปจะถูกนำไปฝังกลบ เมื่อย่อยสลายโดยขาดออกซิเจน ขยะเหล่านี้จะปล่อย ก๊าซมีเทน (Methane) ซึ่งกักเก็บความร้อนได้สูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า

ก๊าซมีเทนจัดว่าเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ทรงพลังที่สุด เมื่อสะสมในชั้นบรรยากาศ ก็จะเร่งให้โลกของเราร้อนขึ้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ก่อให้เกิดภาวะอากาศแปรปรวน น้ำท่วม ภัยแล้ง และผลกระทบต่อระบบนิเวศทั่วโลก

อาหารแต่ละจานที่เรากินไม่หมดจึงไม่ใช่แค่เรื่อง “กินทิ้งกินขว้าง” แต่ยังเป็นเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้อง

เราจะช่วยได้อย่างไร?

เราทุกคนมักมองว่าการเปลี่ยนแปลงโลกเป็นเรื่องใหญ่และซับซ้อน แต่ความจริงแล้ว สิ่งเล็ก ๆ รอบตัวเราก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงขยะอาหารและผลกระทบต่อโลกร้อน การเริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัวเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้โดยไม่ยากเย็นนัก

การใส่ใจปริมาณอาหารที่เราตักใส่จานและพยายามทานให้หมดคือหนึ่งในวิธีง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้าม การตักพอดีและกินให้หมดไม่เพียงช่วยลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง แต่ยังเป็นการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งหมายถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากเศษอาหารที่ถูกทิ้งลงถังขยะ การคิดล่วงหน้าว่าควรตักอาหารเท่าไรให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย จะช่วยให้เราไม่เพียงแต่ประหยัดค่าอาหาร แต่ยังช่วยรักษาสมดุลของโลกในเวลาเดียวกัน

นอกจากการตักอาหารพอดีแล้ว การนำเศษอาหารไปแปรรูปให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ การเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ไม่เพียงช่วยลดขยะในบ้าน แต่ยังคืนคุณค่าให้กับดิน ทำให้ดินมีสารอาหารมากขึ้นและสามารถปลูกต้นไม้หรือพืชผักที่แข็งแรงได้ การกระทำนี้อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมหลาย ๆ ครอบครัวหรือชุมชนเข้าด้วยกัน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ในยุคปัจจุบัน นวัตกรรมยังเข้ามาช่วยให้การจัดการเศษอาหารง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น Bygge Super Composter ที่สามารถเปลี่ยนเศษอาหารในครัวเรือนให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องรอให้ขยะหมักสลายตามธรรมชาติเป็นเดือน ๆ เพียงใช้เครื่องนี้ก็สามารถสร้างวงจรการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนได้ทันที ทั้งยังช่วยให้ทุกครอบครัวเห็นคุณค่าของสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็น “ขยะ” และเรียนรู้ว่าของเหลือเล็ก ๆ ก็สามารถสร้างประโยชน์ต่อโลกได้

เพียงแค่เริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการตักอาหารพอดี การแปรรูปเศษอาหาร หรือการใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการขยะ เราก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อมได้ โลกของเราจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่า และทุก ๆ การกระทำที่ใส่ใจวันนี้ จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างโลกที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

 

SDGs และ 3 เสาหลักของความยั่งยืน

SDGs

เมื่อพูดถึง “ความยั่งยืน” หลายคนอาจนึกถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วความยั่งยืนเป็นแนวคิดที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงหลายมิติ ซึ่งถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจนผ่าน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้ง 17 ข้อ ขององค์การสหประชาชาติ ที่ทั่วโลกใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนอนาคต

เป้าหมายเหล่านี้สามารถจำแนกออกเป็น 3 เสาหลักสำคัญ คือ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แต่เพื่อให้ครอบคลุมทุกแง่มุมอย่างแท้จริง ยังมีอีก 2 มิติที่มาช่วยเชื่อมโยงและเสริมความแข็งแกร่ง ได้แก่ สันติภาพและสถาบัน รวมถึง หุ้นส่วนการพัฒนา

🏥 มิติด้านสังคม (Society):ครอบคลุมเป้าหมายที่ 1-5 เช่น การขจัดความยากจน การลดความเหลื่อมล้ำ ความเท่าเทียมทางเพศ และการเข้าถึงการศึกษาและสุขภาพที่มีคุณภาพ เป้าหมายเหล่านี้ทำให้มนุษย์ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและคุณภาพ

💰 มิติด้านเศรษฐกิจ (Economy): ครอบคลุมเป้าหมายที่ 7-11 เน้นการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การเข้าถึงพลังงานสะอาด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เมืองที่น่าอยู่ และการจ้างงานที่มีคุณค่า ทั้งหมดนี้ช่วยให้สังคมขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

🌱 มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment): ครอบคลุมเป้าหมายที่ 6 และ 12-15 มุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่น้ำสะอาด การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ การแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปกป้องระบบนิเวศบนบกและในทะเล เพื่อรักษาสมดุลให้กับโลกใบนี้

🕊️ มิติด้านสันติภาพและสถาบัน (Peace): ครอบคลุมเป้าหมายที่ 16 เกี่ยวข้องกับการสร้างสังคมที่สงบสุข ลดความขัดแย้ง เสริมสร้างสถาบันที่เข้มแข็ง ยุติธรรม และโปร่งใส ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน

🤝 มิติด้านหุ้นส่วนการพัฒนา (Partnership): ครอบคลุมเป้าหมายที่ 17 เน้นการร่วมมือกันทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือแม้แต่ตัวเราทุกคน เพื่อให้ทุกเป้าหมายสามารถเกิดขึ้นจริงได้

เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าทุกมิติและทุกเป้าหมายต่างเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง การบรรลุเป้าหมายหนึ่งอาจส่งเสริมอีกเป้าหมายหนึ่ง และในทางกลับกัน หากขาดความสมดุลในบางด้านก็อาจกระทบต่อเป้าหมายอื่น ๆ ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ทุกการกระทำเล็ก ๆ ในวันนี้ ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโลกที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog