ไลฟ์สไตล์ไหนก็รักษ์โลกได้: ใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย Bygge Super Composter

ในโลกที่ความยั่งยืนเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่รักสิ่งแวดล้อม ทำอาหารบ่อย หรือชื่นชอบเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น ทุกคนต่างมองหาวิธีจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะ “ขยะเศษอาหาร” ที่เป็นต้นตอของกลิ่นไม่พึงประสงค์ และเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย

การกำจัดเศษอาหารอาจเคยเป็นเรื่องยาก แต่วันนี้ Bygge  จะทำให้ทุกไลฟ์สไตล์สามารถก้าวเข้าสู่ชีวิตแบบ Eco Living ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไหน การใช้ชีวิตแบบยั่งยืนก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป


🌍 1. สายรักษ์โลก (Eco Conscious) 

สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การแยกขยะ และการลดรอยเท้าคาร์บอนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่เศษอาหารเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และเมื่อถูกนำไปฝังกลบ ก็ปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่แรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายสิบเท่า Bygge Super Composter ช่วยเปลี่ยนเศษอาหารเหล่านั้นให้กลายเป็นวัสดุคล้ายดินที่สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ในสวน ปลูกผัก หรือแม้แต่ส่งต่อให้ชุมชน ลดขยะปลายทาง และช่วยให้ทุกบ้านมีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ดียิ่งขึ้น


👩‍🍳 2. สายเข้าครัว (Home Cooking Lover)

สำหรับคนที่ชอบทำอาหารเองอยู่บ้าน มักมีเศษอาหารเหลืออยู่ในครัวเป็นประจำ การจัดการเศษอาหารเหล่านี้อาจเป็นเรื่องน่าปวดหัว แต่ด้วย Bygge Super Composter ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวก เครื่องสามารถจัดการเศษอาหารเหล่านี้อย่างรวดเร็วและถูกสุขลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ หรือเศษอาหารที่เหลือจากการทำมื้ออาหาร เครื่องนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์หรือขยะล้นถังอีกต่อไป


🤖 3. สายสมาร์ท (Smart Living) 

ในฝั่งผู้ที่รักเทคโนโลยีและชีวิตสมาร์ท Bygge Super Composter สามารถจัดการเศษอาหารภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมงโดยใช้จุลินทรีย์ SuperBact ที่พัฒนามาเฉพาะ ทำให้กระบวนการคอมโพสต์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การใช้งานง่ายและไม่ยุ่งยาก เพียงใส่เศษอาหารเข้าไปในเครื่อง ระบบจะจัดการให้เองอย่างอัตโนมัติ มีฟีเจอร์ควบคุมกลิ่น และลดความชื้นของดิน เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานความยั่งยืนเข้ากับความสะดวกสบาย ทำให้การจัดการขยะกลายเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องเสียแรง ไม่ต้องเสียเวลา และยังลดภาระงานบ้านได้มาก


🏡 4. สายมินิมอล (Minimal Living) – บ้านสะอาด ชีวิตเรียบง่าย แต่ยั่งยืน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความมินิมอลและบ้านสะอาดเรียบร้อย Bygge Super Composter มีขนาดเล็กกระทัดรัด ไม่รกและไม่กินพื้นที่ เหมาะกับบ้านทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นครัวเล็กหรือคอนโดขนาดกะทัดรัด ดีไซน์เรียบง่ายสบายตา ทำให้บ้านของคุณดูสะอาดและเป็นระเบียบ แม้จะมีเครื่องคอมโพสต์อยู่ในบ้านก็ไม่ทำให้บรรยากาศรกหรือเกะกะ


ด้วยฟังก์ชันครบครันและดีไซน์ที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ Bygge Super Composter ไม่เพียงช่วยลดขยะและดูแลสิ่งแวดล้อม แต่ยังทำให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นและมีความสุขมากขึ้น การคอมโพสต์ไม่เคยง่ายและสนุกขนาดนี้มาก่อน ทุกคนสามารถเลือกใช้เครื่องนี้ให้เหมาะกับตัวเองและเริ่มสร้างนิสัยชีวิตที่ยั่งยืนได้ทันที

📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

ประเทศต้นแบบ เรื่องเมืองสะอาด: วิธีจัดการขยะของ 6 ประเทศที่ควรเรียนรู้

ประเทศต้นแบบ เรื่องเมืองสะอาด: วิธีจัดการขยะของ 6 ประเทศที่ควรเรียนรู้

หลายประเทศทั่วโลกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หากสังคมมีระบบจัดการขยะที่เข้มแข็ง ประชาชนให้ความร่วมมือ และรัฐสนับสนุนอย่างจริงจัง เมืองที่สะอาดและยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดบนกระดาษเท่านั้น การจัดการขยะจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นพื้นฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนของเมือง รุ่นต่อรุ่น ในบทความนี้ Bygge ขอพาทุกคนเดินทางไปดูตัวอย่างของ 6 ประเทศต้นแบบ ที่ได้รับการยอมรับว่ามีระบบจัดการขยะดีที่สุดในโลก เพื่อทำความเข้าใจว่าพวกเขาทำอย่างไร และอะไรคือสิ่งที่เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ในบริบทของไทย


🇯🇵 ญี่ปุ่น

ประเทศต้นแบบ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ผู้คนทั่วโลกชื่นชมเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนชัดเจนผ่านระบบจัดการขยะของประเทศ พวกเขามีกฎหมายแยกประเภทขยะอย่างเคร่งครัดและชัดเจน การทิ้งขยะผิดประเภทอาจนำไปสู่การถูกจับหรือถูกปรับ ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการแยกขยะตั้งแต่ในครัวเรือน นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีโรงงานขยะขนาดใหญ่ที่นำขยะมาเผาผ่านระบบกรองมลพิษที่มีมาตรฐานสูง ขยะที่ถูกเผาไม่ได้สูญเปล่า เพราะสามารถนำพลังงานความร้อนนั้นมาผลิตเป็นไฟฟ้าให้กับพื้นที่รอบข้าง ขณะที่เถ้าที่เหลือจากการเผายังสามารถนำไปใช้ผลิตอิฐบล็อกหรือใช้ในการถมทะเลเพื่อพัฒนาพื้นที่สวนสาธารณะ ทำให้ขยะถูกกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

🇸🇪 สวีเดน

ประเทศต้นแบบ

สวีเดนเป็นประเทศที่ทำให้โลกเห็นว่าขยะสามารถมี “มูลค่า” ได้อย่างแท้จริง ประเทศนี้มีระบบรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพสูงจนทำให้ขยะจากครัวเรือนเกือบทั้งหมดถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการรีไซเคิลหรือการนำไปทำปุ๋ยหมัก มากกว่าครึ่งหนึ่งของขยะทั้งหมดถูกนำไปผลิตเป็นพลังงานความร้อนสำหรับทำความร้อนให้บ้านเรือนในช่วงฤดูหนาว ส่วนขยะฝังกลบนั้นมีเพียง 0.08% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำมากจนสวีเดนต้องนำเข้าขยะจากต่างประเทศเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตพลังงาน ความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของประชาชนที่ช่วยกันแยกขยะอย่างจริงจังด้วยระบบถุงสีต่าง ๆ ที่ชัดเจนและง่ายต่อการปฏิบัติตาม

🇳🇱 เนเธอร์แลนด์

ประเทศต้นแบบ

ประเทศเนเธอร์แลนด์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการจัดการขยะที่เข้มแข็ง โดยมีอัตราการรีไซเคิลสูงกว่า 80% ระบบการจัดการขยะของเนเธอร์แลนด์เริ่มต้นตั้งแต่หน้าบ้านของประชาชน ผ่านระบบ “Door to Door” ที่กำหนดวันเก็บขยะแต่ละประเภทอย่างชัดเจน เช่น วันเก็บขยะทั่วไป ขยะกระดาษ หรือขยะพลาสติก โดยพลาสติกบางประเภทประชาชนยังสามารถนำไปแลกเงินที่ซูเปอร์มาร์เก็ตได้อีกด้วย ขยะเศษอาหารจากครัวเรือนจำนวนมากถูกนำไปผลิตพลังงานชีวภาพ ขณะที่ขยะพลาสติกบางส่วนถูกนำไปใช้สร้างเลนจักรยานในเมืองต่าง ๆ ซึ่งเป็นการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาพัฒนาพื้นที่เมืองอย่างสร้างสรรค์

🇩🇪 เยอรมนี

ประเทศต้นแบบ

เยอรมนีเป็นประเทศที่ถูกยกย่องว่าเป็นผู้นำด้านรีไซเคิลของยุโรป โดยมีตัวเลขชัดเจนว่า 64% ของขยะทั้งหมดในประเทศถูกนำไปรีไซเคิลหรือทำปุ๋ยหมัก อีก 35% ถูกใช้ทำพลังงาน เช่น การผลิตไฟฟ้าหรือความร้อน และมีเพียง 1% เท่านั้นที่เป็นขยะฝังกลบ ประชาชนชาวเยอรมันมีวัฒนธรรมการใช้ถุงผ้าและการคืนขวดพลาสติกเพื่อรับเงินค่ามัดจำ ซึ่งนอกจากช่วยลดขยะแล้ว ยังเป็นแรงจูงใจที่ดีในการนำขวดกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้รัฐบาลเยอรมนียังมีกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อขยะที่ตนสร้างขึ้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรต้องมีระบบจัดการขยะที่มีมาตรฐานเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมาย

🇦🇹 ออสเตรีย

ประเทศต้นแบบออสเตรีย

ออสเตรียเองก็เป็นประเทศที่มีระบบจัดการขยะที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน โดยประชาชนถูกปลูกฝังเรื่องการแยกขยะตั้งแต่ในวัยเด็ก ทำให้การแยกขยะกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน เมืองของออสเตรียจึงสะอาด น่าอยู่ และเป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีโรงไฟฟ้าขยะ Spittelau ในกรุงเวียนนา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการผสานเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับงานสถาปัตยกรรม เนื่องจากโรงงานได้รับการออกแบบให้สวยงามและกลมกลืนกับเมือง แม้จะทำหน้าที่กำจัดขยะ แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองที่ผู้คนยอมรับและภาคภูมิใจ โรงงานนี้สามารถแปลงขยะให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบพลังงานให้ประชาชนจำนวนมากในเมืองหลวง

🇰🇷 เกาหลีใต้

ประเทศเกาหลีใต้

เกาหลีใต้เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของประเทศที่ใช้เทคโนโลยีมาจัดการปัญหาขยะอาหารอย่างจริงจัง โดยมีระบบถังขยะอัจฉริยะที่ให้ประชาชนชั่งน้ำหนักขยะอาหารก่อนทิ้ง และจ่ายค่าธรรมเนียมตามน้ำหนักที่ทิ้ง ทำให้ทุกคนระมัดระวังเรื่องปริมาณขยะอาหารมากขึ้น ข้อมูลจากสภาเศรษฐกิจโลกเผยว่าระบบนี้ช่วยลดขยะอาหารได้มากถึง 47,000 ตัน ภายในเวลาเพียงหกปี ช่วยลดภาระของเทศบาลและระบบจัดการขยะปลายน้ำอย่างเห็นผล


เมื่อมองภาพรวมของ “ประเทศต้นแบบ” เหล่านี้ จะเห็นว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ซึ่งต่างตระหนักว่าขยะคือทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ หากมีระบบจัดการที่ดีและชัดเจน เมืองก็จะสะอาดและยั่งยืนในระยะยาว

จากตัวอย่างทั้งหมดนี้ Bygge เชื่อมั่นว่าความเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ “การจัดการขยะที่บ้าน” ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญที่สุด เพราะหากทุกครัวเรือนสามารถลดปริมาณขยะ หรือนำขยะบางส่วนกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เมืองโดยรวมก็จะสะอาดขึ้น และภาระของระบบจัดการขยะปลายน้ำก็จะลดลงอย่างมหาศาล นั่นคือเหตุผลที่ Bygge พัฒนานวัตกรรมเครื่องกำจัดเศษอาหาร Bygge Super Composter เพื่อช่วยให้ครัวเรือนและองค์กรจัดการขยะอาหารได้ง่ายขึ้น ลดกลิ่น ลดปริมาณ และนำกลับไปสู่การเป็นดินดีได้อีกครั้ง เมืองสะอาดเริ่มต้นจากบ้าน และทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ตั้งแต่วันนี้

📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

ฟองน้ำล้างจาน: ของใช้เล็ก ๆ ที่ซ่อนความเสี่ยงใหญ่ในครัว

เช็คด่วน! ถึงเวลาเปลี่ยนฟองน้ำล้างจานแล้วหรือยัง?

ฟองน้ำล้างจาน

ฟองน้ำล้างจาน อาจดูเป็นของใช้เล็ก ๆ ที่เราแทบไม่เคยนึกถึง แต่มันคือหนึ่งในแหล่งสะสมเชื้อโรคอันดับต้น ๆ ในครัวโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว เพราะฟองน้ำชื้นตลอดเวลาและเต็มไปด้วยเศษอาหารที่ติดอยู่ตามใยฟองน้ำ ทำให้แบคทีเรียเติบโตได้อย่างรวดเร็วอาจก่อให้เกิดอาการท้องเสียและอาหารเป็นพิษ เมื่อใช้ฟองน้ำชิ้นเดิมซ้ำ ๆ นานเกินไป ความเสี่ยงต่อสุขภาพก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม้เราจะล้างฟองน้ำหลังใช้งาน แต่ในความจริงแล้วเชื้อโรคส่วนใหญ่ยังคงฝังลึกอยู่ภายในใยฟองน้ำ และสะสมมากขึ้นทุกวันจนกลายเป็นแหล่งเชื้อโรคที่มองไม่เห็น

เพื่อความปลอดภัยในบ้านของทุกคน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เปลี่ยน ฟองน้ำล้างจาน ทุก 3–4 สัปดาห์ หรือเร็วกว่านั้นหากสังเกตเห็นสัญญาณอย่างฟองน้ำยุ่ย มีกลิ่นผิดปกติ แห้งช้ากว่าปกติ หรือเริ่มมีราขึ้น เพราะเมื่อถึงจุดนั้น ฟองน้ำไม่ได้ช่วยให้จานสะอาดอีกต่อไป แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคบนภาชนะในชีวิตประจำวันแทน การเปลี่ยนฟองน้ำเป็นประจำจึงเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ช่วยปกป้องสุขภาพของทุกคนในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดอย่างหนึ่ง

ฟองน้ำล้างจาน

สำหรับผู้ที่ต้องการตัวเลือกที่มีความยั่งยืนมากขึ้น Bygge Eco-Friendly Sponge เป็นฟองน้ำที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ 100% สามารถย่อยสลายได้ตามกระบวนการทางธรรมชาติ ลดการสร้างขยะที่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกในระบบนิเวศ เส้นใยธรรมชาติถูกออกแบบให้มีความทนทานพอสำหรับการใช้งานในครัวเรือนทั่วไป และสามารถทำความสะอาดคราบอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่สร้างรอยขีดข่วนบนพื้นผิวภาชนะ เช่น กระทะเคลือบหรือแก้วใส นอกจากนี้ยังแห้งเร็วกว่าเส้นใยสังเคราะห์ทั่วไป จึงช่วยลดการสะสมของความชื้นและแบคทีเรียได้ในระดับที่ดีกว่า

การเปลี่ยนฟองน้ำล้างจานอย่างสม่ำเสมอ และการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยภายในครัวเรือน เนื่องจากฟองน้ำที่สะอาดและแห้งเร็วช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติและสามารถย่อยสลายได้ ยังมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนสู่ระบบนิเวศ การเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกที่ยั่งยืนเช่นนี้ จึงเป็นทั้งการปกป้องสุขภาพของผู้ใช้งาน และการส่งเสริมพฤติกรรมที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

กากกาแฟ ของเหลือที่มีค่าและประโยชน์กว่าที่คุณคิด!

กากกาแฟเหลือ อย่าเพิ่งทิ้ง! เปลี่ยนของเหลือในแก้วให้กลายเป็นของมีค่าได้ง่าย ๆ ที่บ้าน

ในแต่ละวัน เรามักจะเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟแก้วโปรด แต่เมื่อดื่มหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ในเครื่องชงหรือก้นแก้วอย่าง “กากกาแฟ” มักถูกเททิ้งโดยไม่รู้ว่ามันยังมีประโยชน์อีกมากมายกว่าที่คิด กากกาแฟถือเป็นวัสดุธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและคุณสมบัติพิเศษ ทั้งช่วยดูดกลิ่น ดูดซับความชื้น และยังมีสารอาหารที่ดีต่อพืชอีกด้วย

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชอบดื่มกาแฟทุกวัน นี่คือโอกาสดีที่จะลองเปลี่ยนของเหลือในแก้วให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง ผ่าน 3 วิธีง่าย ๆ ที่ทั้งประหยัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดขยะในบ้านได้จริง


กากกาแฟ

1. ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อยู่หมัด

ใครจะรู้ว่ากากกาแฟมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่สามารถช่วยดูดซับกลิ่นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ในบ้านได้เป็นอย่างดี เพียงนำกากกาแฟที่ตากแห้งแล้ว ใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ หรือห่อด้วยผ้าขาวบาง จากนั้นนำไปวางในตู้เย็น รถยนต์ ตู้เสื้อผ้า หรือแม้แต่รองเท้า กลิ่นไม่พึงประสงค์จะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงกลิ่นกาแฟหอมละมุนแทน เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ต้องพึ่งสารเคมี และช่วยให้บรรยากาศในบ้านสดชื่นขึ้นได้ทุกวัน

กากกาแฟ

2. ทำสครับพื่อผิวเนียนนุ่ม

นอกจากช่วยเรื่องกลิ่นแล้ว กากกาแฟยังช่วยดูแลผิวพรรณได้ด้วย เพียงผสมกากกาแฟเข้ากับน้ำผึ้งและมะขามเปียก คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อสครับ แล้วนำมาขัดผิวเบา ๆ ระหว่างอาบน้ำ กากกาแฟจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำออกอย่างอ่อนโยน พร้อมเผยผิวใหม่ที่เนียนนุ่มและกระจ่างใสขึ้นตามธรรมชาติ อีกทั้งกลิ่นกาแฟยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่ในสปาเล็ก ๆ ที่บ้านของคุณเอง

กากกาแฟ

3. ใช้บำรุงต้นไม้ให้เติบโตแข็งแรง

อีกหนึ่งประโยชน์ที่หลายคนอาจไม่รู้ คือ กากกาแฟ สามารถนำไปใช้กับต้นไม้ได้ เพราะในกากกาแฟมีแร่ธาตุสำคัญอย่างโพแทสเซียม ไนโตรเจน และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นสารอาหารที่พืชต้องการ นำกากกาแฟไปผสมกับปุ๋ยอินทรีย์หรือดินปลูกในสัดส่วนเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี และยังช่วยไล่แมลงบางชนิดที่ไม่ชอบกลิ่นกาแฟได้อีกด้วย


การนำกากกาแฟกลับมาใช้ใหม่ไม่เพียงช่วยลดขยะ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพราะสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำในชีวิตประจำวัน เมื่อรวมกันแล้วสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกใบนี้ได้

ครั้งหน้าหลังดื่มกาแฟแก้วโปรดเสร็จ อย่าเพิ่งเทกากทิ้ง! เพราะกากกาแฟเหล่านั้นอาจกลายเป็น “ของขวัญจากธรรมชาติ” ที่ช่วยทั้งบ้าน ผิว และต้นไม้ของคุณได้ในเวลาเดียวกัน

📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

Bygge ร่วมงาน บ้านและสวนแฟร์ Living Festival 2025

Bygge ร่วมงานบ้านและสวนแฟร์ Living Festival 2025 – เติมแรงบันดาลใจให้คนรักษ์โลก ด้วยนวัตกรรมเพื่อบ้านที่ยั่งยืน

บ้านและสวนแฟร์

Bygge ได้เข้าร่วมงาน “บ้านและสวนแฟร์ Living Festival 2025” ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี งานที่ครบครันที่สุดสำหรับคนรักบ้าน รวมทุกเทรนด์ดีไซน์ วัสดุทันสมัย และไอเดียแต่งบ้านเพื่อชีวิตที่ลงตัวและยั่งยืนไว้ในที่เดียว

Bygge มาพร้อมแนวคิด “Green Living ชีวิตสีเขียว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่” เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างรักษ์โลก ผ่านนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การดูแลบ้านของคุณเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

บ้านและสวนแฟร์

ไฮไลต์ของบูธ Bygge ในปีนี้คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “Bygge Eco-friendly Sponge” ฟองน้ำรักษ์โลกที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน ผลิตจาก เซลลูโลสธรรมชาติและใยมะพร้าว ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถ ย่อยสลายได้ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี ไม่ทิ้งไมโครพลาสติกลงสู่สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยัง แห้งเร็ว ระบายอากาศได้ดี ไม่อับชื้น ป้องกันการเกิดกลิ่นหรือเชื้อรา และยังขจัดคราบได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการทำความสะอาดภาชนะทุกประเภท

ฟองน้ำรุ่นใหม่นี้สะท้อนแนวคิดที่ Bygge ตั้งใจนำเสนอ เพื่อให้ทุกบ้านสามารถทำความสะอาดได้อย่างมั่นใจโดยไม่ทำร้ายโลก ภายในงาน ผู้เข้าชมได้ร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ ทดลองใช้และรับฟรี! Bygge Eco-friendly Sponge กลับไปใช้งานจริงที่บ้าน ได้ทั้งความสะอาดและความสบายใจจากการเลือกสิ่งที่เป็นมิตรต่อโลก

นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว Bygge ยังนำผลิตภัณฑ์ยอดนิยมมาจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นใช้ชีวิตรักษ์โลกได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Bygge Super Composter เครื่องย่อยเศษอาหารให้กลายเป็นดินอินทรีย์คุณภาพสูงที่ช่วยลดขยะอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ, Bygge SuperBact จุลินทรีย์เร่งการย่อยสลายที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การจัดการเศษอาหารสะดวกและรวดเร็วขึ้น, และ น้ำยาอเนกประสงค์ออร์แกนิก จากน้ำหมักชีวภาพแท้ที่ปลอดภัยต่อมือและสิ่งแวดล้อม

ทุกผลิตภัณฑ์มาพร้อมราคาสุดพิเศษเฉพาะภายในงานเท่านั้น ทำให้บูธของ Bygge เต็มไปด้วยผู้เข้าชมที่ให้ความสนใจ เข้ามาทดลองใช้งานจริง และแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการขยะและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนกันอย่างอบอุ่นตลอดทั้งวัน

📌 ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ Bygge ได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

Green Living ชีวิตสีเขียว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

ในยุคที่โลกเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกวัน ไลฟ์สไตล์แบบ “Green Living” หรือ “การใช้ชีวิตสีเขียว” จึงกลายเป็นแนวทางที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเพราะอยากช่วยโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เริ่มได้จากสิ่งเล็ก ๆ ในบ้านของเราเอง เพียงปรับพฤติกรรมเล็กน้อย ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและตัวเราได้พร้อมกัน


1. ติดฉนวนกันความร้อน — ลดการใช้พลังงานจากต้นเหตุ

Green Living

หลายบ้านอาจไม่รู้ว่า “ความร้อน” ที่สะสมในบ้านคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เราต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน การติดฉนวนกันความร้อน หรือ โซลาร์เซลล์ บนหลังคาหรือผนังจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดอุณหภูมิในบ้านได้จริง โดยเฉพาะในฤดูร้อนของประเทศไทยที่อุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี

เมื่อบ้านเย็นลงตามธรรมชาติ เครื่องปรับอากาศก็ไม่ต้องทำงานหนัก ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและค่าไฟในระยะยาว อีกทั้งยังยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกด้วย ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทั้งกับกระเป๋าเงินและสิ่งแวดล้อม

2. ใช้พลังงานสะอาด — พลังจากแสงอาทิตย์และหลอดไฟ LED

Green Living

อีกหนึ่งวิธีสำคัญในการใช้ชีวิตสีเขียว คือการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดและลดการใช้พลังงานฟุ่มเฟือย การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ช่วยให้บ้านผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เองได้จากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ไม่สร้างมลพิษ

สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมติดโซลาร์เซลล์ การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ก็ถือเป็นก้าวแรกที่ดี หลอด LED ใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดไส้ทั่วไปถึง 80% และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 เท่า นอกจากช่วยลดค่าไฟแล้ว ยังลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ในระยะยาวอีกด้วย

3. ปลูกต้นไม้ในบ้าน — เติมชีวิตและอากาศบริสุทธิ์

Green Living

การปลูกต้นไม้ในบ้านไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่ยังช่วยฟอกอากาศและสร้างความสดชื่นให้พื้นที่อยู่อาศัยอีกด้วย ต้นไม้บางชนิด เช่น ลิ้นมังกร พลูด่าง และยางอินเดีย สามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้จริง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชื้นและลดอุณหภูมิในห้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ การดูแลต้นไม้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เติมความสงบให้ใจ และเชื่อมโยงเรากับธรรมชาติมากขึ้น เหมาะอย่างยิ่งกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างชีวิตการทำงานและการพักผ่อน

4. ปรับโซนนั่งเล่นให้รับลมธรรมชาติ — ใช้พลังงานให้น้อยแต่ได้ความสบายมากขึ้น

Green Living

การออกแบบหรือจัดโซนนั่งเล่นให้โปร่ง โล่ง และรับลมจากธรรมชาติได้เต็มที่ เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่าที่คิด การเปิดหน้าต่างให้ลมถ่ายเท หรือใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศในบางช่วงเวลา จะช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนั้น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ธรรมชาติหรือวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้รีไซเคิล หรือผ้าฝ้ายออร์แกนิก ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นและกลมกลืนกับแนวคิดนี้ได้อย่างลงตัว


Green Living ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่ช่วยให้เราสบายขึ้นและโลกดีขึ้นในเวลาเดียวกัน ทุกการเลือกเล็ก ๆ ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการติดฉนวนกันความร้อน เปลี่ยนหลอดไฟ ปลูกต้นไม้ หรือเปิดหน้าต่างให้ลมธรรมชาติพัดผ่าน ล้วนเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคตของโลกใบนี้

เมื่อเราลองเริ่มปรับพฤติกรรมเหล่านี้ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จะพบว่าการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย บ้านจะเย็นขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพลังงานมาก ต้นไม้รอบตัวจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น และเราจะใช้ทรัพยากรอย่างมีสติและคุ้มค่ามากขึ้น

“ชีวิตสีเขียว” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่ยังหมายถึงการดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่บ้านของเราในวันนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าโลกที่ยั่งยืนเริ่มต้นได้จากมือของคุณเอง

📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

แนวคิด Hygge: ปรัชญาแห่งความสุขและความอบอุ่นในบ้าน

เมื่อแนวคิด ‘Hygge’ พบกับวิถีชีวิตแบบไทย

แนวคิด Hygge in family

เมื่อเราพูดถึงคำว่า “บ้าน” ภาพที่ผุดขึ้นในใจของหลายคนอาจเป็นสถานที่ที่เราใช้พักผ่อนหลังวันอันยาวนาน พื้นที่แห่งความปลอดภัยที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของครอบครัว หรือมุมโปรดที่เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง แต่ความหมายของคำว่า “บ้าน” อาจลึกซึ้งกว่านั้น หากเราลองเปิดใจทำความรู้จักกับ’ แนวคิด Hygge’ (ฮู-กะ)

คำว่า Hygge มีรากศัพท์มาจากภาษานอร์เวย์และสวีเดน แปลได้ว่า “ความอบอุ่นใจ” หรือ “ความสุขเรียบง่ายที่ทำให้รู้สึกสบาย” ต่อมาแนวคิดนี้ได้รับการเผยแพร่และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเดนมาร์ก จนกลายเป็นหัวใจสำคัญของวิถีชีวิตชาวเดนมาร์กที่มักถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก สิ่งนี้ไม่ใช่แค่คำหรือสไตล์การตกแต่งบ้าน แต่คือ “ปรัชญาการใช้ชีวิต” ที่มุ่งเน้นการสร้างความสุขจากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการนั่งจิบกาแฟอุ่น ๆ ในเช้าวันฝนตก การจุดเทียนสร้างบรรยากาศอบอุ่นในยามค่ำ หรือการใช้เวลาพูดคุยกับครอบครัวโดยไม่ต้องมีสิ่งรบกวน สิ่งเหล่านี้คือสาระสำคัญของแนวคิดนี้ — ความเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยความหมาย และความสุขที่หาได้จากสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

เมื่อแนวคิดจากสแกนดิเนเวียมาบรรจบกับความเป็นไทย

แม้ประเทศไทยจะอยู่คนละซีกโลกกับเดนมาร์ก แต่ในความจริงแล้ว แนวคิด Hygge กลับเข้ากันได้ดีกับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างน่าทึ่ง ทั้งสองวัฒนธรรมต่างให้ความสำคัญกับครอบครัว การอยู่ร่วมกัน และความอบอุ่นใจจากการได้อยู่บ้าน ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของแนวคิดที่ว่า “ความสุขที่แท้จริงเริ่มต้นจากบ้าน”

สำหรับคนไทย บ้านไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำและความรัก ที่ทุกกิจกรรมเล็ก ๆ รอบตัวสามารถสร้างความสุขได้ เช่น การทำอาหารร่วมกันในวันหยุด การนั่งกินข้าวพร้อมหน้ากัน การดูแลต้นไม้เล็ก ๆ รอบบ้าน การจัดมุมอ่านหนังสือหรือมุมโปรดของเด็ก ๆ หรือแม้กระทั่งการใช้เวลาเล่นกับสัตว์เลี้ยง สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อน “Hygge แบบไทย ๆ” การหาความสุขจากสิ่งใกล้ตัวและการเชื่อมต่อกับคนรอบข้าง

Bygge Solutions: สร้างนวัตกรรมที่เชื่อมโยงบ้านและความสุข

ด้วยแนวคิดนี้เอง Bygge Solutions /บี๊ก/ จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะเป็นมากกว่าผู้ผลิตนวัตกรรมเพื่อบ้าน แต่เป็นแบรนด์ที่สร้าง “ความสุขเรียบง่ายและยั่งยืน” ให้กับทุกครัวเรือนของไทย ชื่อ “Bygge” มาจากแรงบันดาลใจที่ผสมผสานระหว่างคำว่า “Baan” (บ้าน) ในภาษาไทย และคำว่า “Hygge” สื่อถึงความอบอุ่นและความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว การรวมกันของสองคำนี้จึงสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่มุ่งเชื่อมโยง “บ้าน” กับ “ความสุข” ผ่านนวัตกรรมที่เข้าถึงได้ง่ายและยั่งยืน

เรามุ่งพัฒนานวัตกรรมที่เข้าถึงง่าย มีคุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกคนสามารถสัมผัสความสุขเล็ก ๆ ได้ในทุกวันผ่าน แนวคิด Hygge ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกำจัดเศษอาหาร Bygge Super Composter ที่ช่วยลดขยะในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์ SuperBact ที่ใช้จุลินทรีย์ธรรมชาติทำความสะอาดอย่างปลอดภัย หรือ ผลิตภัณฑ์ Organic Multipurpose Cleaner น้ำยาอเนกประสงค์ที่ช่วยทำความสะอาดทั้งบ้านและโลกในเวลาเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของ Bygge ถูกออกแบบโดยยึดแนวคิดแบบ Hygge-inspired Living คือการสร้างสภาพแวดล้อมในบ้านที่อบอุ่น น่าอยู่และยั่งยืน พร้อมช่วยให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากที่สุด

บ้านคือจุดเริ่มต้นของความสุข

เพราะสำหรับเรา “บ้าน” ไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่คือสถานที่ที่เราสร้างความทรงจำ แบ่งปันรอยยิ้ม และเติมเต็มความหมายของชีวิตในทุกวัน Bygge จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้บ้านของคุณอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย และช่วยให้คุณค้นพบ “ความสุขแบบ Hygge” ที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด

สุดท้ายแล้ว ความสุขอาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องออกไปตามหาไกล ๆ แต่อยู่ในกลิ่นกาแฟหอม ๆ ยามเช้า เสียงหัวเราะของครอบครัว และบ้านที่คุณรัก — บ้านที่อบอุ่นจากใจ

📌 ติดตามเรื่องราวดี ๆ เคล็ดลับดูแลบ้าน และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของ Bygge ได้ที่:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/

 

ล้างท้องก่อนกินเจ เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับเทศกาลกินเจ

ล้างท้องก่อนกินเจ: เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับเทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจปีนี้เริ่ม วันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่หลายคนใช้โอกาสนี้ทำบุญและปรับพฤติกรรมการกินให้เบาและอ่อนโยนต่อร่างกาย การล้างท้องก่อนกินเจ ทำ 1 วันก่อนเทศกาล เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายสะอาด พร้อมรับบุญ และทำให้การถือศีลกินเจเป็นไปอย่างเต็มที่ หลายคนอาจสงสัยว่า “ล้างท้องก่อนกินเจ” คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ ในบทความนี้ Bygge พาเพื่อน ๆ มาดูวิธีล้างท้องก่อนกินเจอย่างง่าย ๆ พร้อมไอเดียปรับอาหารให้เหมาะสม

ล้างท้องก่อนกินเจ

การล้างท้องก่อนกินเจ คืออะไร?

การล้างท้องก่อนกินเจ คือขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเตรียมร่างกายล่วงหน้าประมาณ 1–2 วันก่อนเทศกาลกินเจจริง เพื่อชะล้างสิ่งตกค้างจากอาหารคาว เนื้อสัตว์ และผักต้องห้าม การล้างท้องไม่ได้หมายถึงการอดอาหารอย่างเดียว แต่เป็นการปรับพฤติกรรมการกินให้เบาและอ่อนโยนต่อระบบย่อยอาหาร เช่น การเพิ่มผัก ผลไม้ และโปรตีนจากพืช พร้อมลดหรือหยุดทานเนื้อสัตว์และอาหารรสจัด การเริ่มล้างท้องก่อนวันกินเจอย่างน้อยหนึ่งวันช่วยให้ร่างกายสะอาด ลดภาระการย่อยอาหาร และทำให้ผู้ถือศีลสามารถปฏิบัติตามประเพณีได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การล้างท้องยังช่วยให้ร่างกายปรับสมดุล ลดความรู้สึกหนักหรือแน่นท้องเมื่อต้องทานอาหารเจเต็มรูปแบบในวันเทศกาล และทำให้จิตใจพร้อมสำหรับการทำบุญ ถือศีล และร่วมกิจกรรมทางศาสนาได้อย่างมีสมาธิ การล้างท้องก่อนกินเจจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมจิตใจให้พร้อม รับบุญ และเริ่มต้นเทศกาลกินเจอย่างเต็มที่

วิธีการล้างท้องก่อนกินเจ

วิธีการล้างท้องก่อนกินเจ

ในวันแรกของการล้างท้อง แนะนำให้เพิ่มผักและผลไม้ในแต่ละมื้อ ลดการบริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อแดง หากจำเป็นสามารถเลือกทานไก่หรือปลาแทน พร้อมเพิ่มโปรตีนจากพืช เช่น เต้าหู้ ถั่ว และโปรตีนเกษตร เพื่อให้ร่างกายยังได้รับสารอาหารครบถ้วน

เข้าสู่วันที่สองของการล้างท้อง จะเน้นการงดเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทั้งหมด พร้อมงดผักกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หอมใหญ่ กุยช่าย และเครื่องเทศแรง ๆ รวมถึงงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารควรเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีนจากพืชที่ย่อยง่าย เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลและสะอาดทั้งภายในและภายนอก


นอกจากนี้ การล้างท้องก่อนกินเจยังเป็นโอกาสที่ดีในการดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ก่อนเริ่มเทศกาล หลายบ้านอาจมีอาหารที่งดกินในช่วงเจ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ หรือผลิตภัณฑ์นม ที่ยังเหลืออยู่ในตู้เย็น การนำอาหารเหล่านี้ไปกำจัดอย่างยั่งยืนด้วย Bygge SuperComposter สามารถช่วยเปลี่ยนของเหล่านี้ให้กลายเป็นดินอินทรีย์คุณภาพสูงได้ภายในเวลาไม่นาน ไม่เพียงช่วยลดของเสียในครัวและปริมาณขยะที่ต้องนำไปทิ้ง แต่ยังเป็นการ เคลียร์ตู้เย็นให้พร้อมสำหรับช่วงกินเจ อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การล้างท้องในปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และโลกของเราไปพร้อมกันอย่างแท้จริง

ขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.gourmetandcuisine.com/news/detail/11983

One Stop Shopping Expo นำเสนอไลฟ์สไตล์รักษ์โลกกับ Bygge

One Stop Shopping Expo นำเสนอไลฟ์สไตล์รักษ์โลกกับ Bygge

One Stop Shopping Expo

ช่วงวันที่ 11–19 ตุลาคมที่ผ่านมา Bygge ได้เข้าร่วมงาน One Stop Shopping ExpoBITEC บางนา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน และแนะนำแนวทางการ จัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านนวัตกรรมของ Bygge ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม

ภายในบูธของ Bygge ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์จริงกับการสาธิตการทำงานของ Bygge Super Composter เครื่องกำจัดเศษอาหารอัจฉริยะที่สามารถเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นดินอินทรีย์คุณภาพสูงได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้ทดลองใช้ Bygge Multi-purpose Cleaner น้ำยาอเนกประสงค์จากน้ำหมักชีวภาพแท้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อมือ ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

บรรยากาศในบูธเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง ผู้เข้าชมหลายท่านนำเศษอาหารของตนมาทดลองโยนลงในเครื่อง Super Composter พร้อมเรียนรู้หลักการจัดการเศษอาหารอย่างถูกวิธีและปลอดภัย ขณะเดียวกันยังได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตรักษ์โลกในแบบของตนเอง บางท่านแชร์ประสบการณ์การทำปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหารที่บ้าน บางท่านสนใจนำเทคโนโลยีของ Bygge ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นโอกาสให้ Bygge ได้แนะนำผลิตภัณฑ์รักษ์โลก แต่ยังเป็นการ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเห็นว่า การดูแลโลกเริ่มต้นได้จากภายในบ้าน เพียงเปลี่ยนมุมมองต่อ “ขยะอาหาร” ให้กลายเป็น “คุณค่า” ก็สามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง Bygge มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าส่งต่อความรู้ ความเข้าใจ และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนร่วมกันสร้างโลกที่สะอาดและน่าอยู่ยิ่งขึ้นในอนาคต

📌 ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ Bygge ได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog

วันอาหารโลก: ร่วมสร้างโลกที่ปลอดขยะอาหารไปกับ Bygge

วันอาหารโลก: ร่วมสร้างโลกที่ปลอดขยะอาหารไปกับ Bygge

แม้ว่า วันอาหารโลก (World Food Day) จะผ่านไปแล้ว แต่แนวคิดเรื่องการบริโภคอย่างรู้คุณค่าและการ ลดขยะอาหาร (Food Waste) ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ในทุก ๆ วัน เพราะ “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต แต่ยังเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารของโลก

วันอาหารโลก

ความสำคัญของวันอาหารโลก (World Food Day)

วันที่ 16 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันที่ทั่วโลกเฉลิมฉลอง วันอาหารโลก เพื่อระลึกถึงการก่อตั้งของ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซึ่งดำเนินงานมากว่า 75 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาความอดอยาก ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร และผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการสูญเสียทรัพยากร ทั้งในกระบวนการผลิต การขนส่ง และการบริโภคในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโดยรวม ในแต่ละปี มีอาหารหลายล้านตันทั่วโลกที่ถูกทิ้งไปโดยไม่ได้ถูกบริโภค ทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในสภาพที่สามารถรับประทานได้ การลดขยะอาหารจึงไม่ใช่แค่การประหยัดเงินหรือพื้นที่จัดเก็บเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและขนส่งอาหาร รวมถึงเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ทุกคนบนโลกใบนี้สามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น

วันอาหารโลกนี้ เริ่มลดขยะอาหารโลกได้ง่าย ๆ จากที่บ้าน

Bygge เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่ยั่งยืนเนื่องในโอกาสวันอาหารโลก เริ่มต้นได้จาก “ครัวของเราเอง” ผ่านวิธีง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การวางแผนการซื้อวัตถุดิบให้พอดีกับการบริโภค เพื่อหลีกเลี่ยงการทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น การแปรรูปอาหารเหลือให้เกิดประโยชน์ใหม่ และการแยกเศษอาหารออกจากขยะทั่วไปอย่างถูกวิธี ซึ่งทั้งหมดนี้คือก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยลดขยะอาหารและดูแลโลกได้อย่างยั่งยืน

และอีกหนึ่งทางออกที่ช่วยให้การจัดการเศษอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือการใช้ เครื่องย่อยเศษอาหาร Bygge Super Composter นวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็น ดินอินทรีย์คุณภาพสูง ภยในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง นอกจากจะช่วยลดขยะอาหารแล้ว การใช้เครื่องย่อยเศษอาหารยังช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากเศษอาหารในครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ และเปลี่ยนของเหลือให้กลายเป็นดินอินทรีย์ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร เพิ่มประโยชน์ให้กับดินในสวนหรือกระถางต้นไม้ของคุณได้อย่างยั่งยืน

เพราะ “อาหารบนโลกทุกคำมีคุณค่า อย่าปล่อยให้สูญเปล่า”

แม้วันอาหารโลกจะเป็นเพียงอีกหนึ่งวันสำคัญในปฏิทิน แต่ “จิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่ออาหาร” ควรเกิดขึ้นทุกวันในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนมื้ออาหารให้พอดี การเก็บรักษาอาหารอย่างถูกวิธี หรือการนำเศษอาหารไปใช้ประโยชน์ต่อ เช่น ทำปุ๋ย หรือใช้ในกระบวนการรีไซเคิลอินทรีย์ ทั้งหมดนี้คือก้าวเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ได้ มาร่วมกันดูแลโลก เริ่มจากบ้านของเราเองไปกับ Bygge

📌 อ่านบล็อคของ Bygge เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของเรา:

Line OA: https://lin.ee/2HLoHLu

Facebook: https://www.facebook.com/bygge.solutions.thailand/

Instagram: https://www.instagram.com/bygge.solutions/

TikTok: https://www.tiktok.com/@bygge.solutions

Website: https://www.byggesolutions.com/blog